อรหันตทาน ทานที่มีผลมาก


อานิสงส์การให้ทานกับพระอรหันต์

  • แชร์ไปที่:

อรหันตทาน ทานที่มีผลมาก

ในสมัยพุทธกาล มีชายเข็ญใจคนหนึ่งมีชีวิตอยู่อย่างทุกข์ยากลำบาก ได้ฟังธรรมะ จึงได้รู้ว่าชีวิตของตนที่เกิดมาลำบากเช่นนี้ เพราะไม่เคยให้ทานในกาลก่อน

เขาจึงปรารถนาที่จะถวายทานแก่พระภิกษุสงฆ์ แต่เนื่องจากความยากจน จึงนำอาหารตามมีตามได้ของตนน้อมเข้าไปถวายพระภิกษุ ด้วยเหตุที่ภัตตาหารนั้นไม่ประณีต พระภิกษุรับมาแล้วก็ไม่ได้ฉัน ชายเข็ญใจเห็นดังนั้น รู้สึกเนื้อน้อยต่ำใจ ในวาสนาตัวเอง...

ด้วยความปรารถนาอย่างแรงกล้าว่า จะถวายทานอันประณีตสักครั้งหนึ่ง จึงปรึกษาภรรยาคู่ทุกข์คู่ยาก ยายเอ๊ย!!! ชีวิตของเราได้ลำบากยากจนเช่นนี้ เพราะเราไม่เคยทำบุญในกาลก่อน เราจักทำยังไงดีหนอ

จึงตัดสินใจนำลูกสาวของตนไปจำนำได้ทรัพย์มา ๑๒ กหาปณะ จากนั้นชายเข็ญใจนำเงินไปซื้อแม่โคนมเพื่อนำน้ำนมมาประกอบอาหารแล้วได้น้อมนำเข้าไปแด่พระภิกษุสงฆ์ ชายเข็ญใจเห็นพระสงฆ์ฉันอาหารของตนจนหมด ก็ดีใจหนักหนา....

เขาจึงปรึกษาภรรยา คู่ทุกข์คู่ยาก จะไปหางานทำที่ต่างเมือง ทำงานหีบอ้อย จะได้นำเงินมาไถ่ตัวลูกสาว

ชายเข็ญใจใช้เวลาทำงานอยู่ถึงครึ่งปี จึงได้เงินครบ ๑๒ กหาปณะ แลตั้งใจจะรีบนำเงินกลับมาไถ่ตัวลูกสาว ในระหว่างทางได้พบพระเถระรูปหนึ่งซึ่งกำลังจะเดินทางไปนมัสการพระเจดีย์ จึงถามพระเถระว่า พระคุณเจ้าท่านจำพรรษาที่ไหนขอรับ

"อาตมาจำพรรษาในป่าอุบาสถ" ชายเข็ญใจได้ฟังดังนั้นรู้สึกเลื่อมใสศรัทธายิ่งนัก พระคุณเจ้าฉันข้าวหรือยังครับ "ยังเลยอุบาสก"

"ขอนิมนต์พระคุณเจ้ารอตรงนี้ก่อน" ว่าแล้วเขาก็วิ่งไปหาอาหาร เผื่อจะมีอะไรบ้าง

โชคดีมีชายตัดฟืนถืออาหารผ่านมา เขาจึงร้องขอซื้ออาหาร “สหายเอ๋ย!!!! ห่อข้าวของท่าน ขายได้หรือไม่ ผมให้ ๑ กหาปณะ”

ชายตัดฟืนได้ยินอย่างนั้นก็ตกใจ ห่อข้าวเล็กๆของเราขอซื้อตั้ง ๑ กหาปณะ แสดงว่าชายผู้นี้มีเงิน จึงคิดจะโก่งราคา

“เราไม่ขายหรอก ในป่าแบบนี้ จะหาอาหารที่ไหน ผมขายให้ผมจะกินอะไร”
ชายเข็ญใจได้ฟังดังนั้นก็เพิ่มเงินขึ้นเรื่อยๆ แต่เขาก็ไม่ยอมขาย

เลยตัดสินใจพูดว่า
“สหายเอ๋ย!!! เงินของเรามีอยู่ ๑๒ กหาปาณะ เราไม่ได้ซื้อเพื่อประโยชน์ตนเลย แต่ซื้อเพื่อไปถวายพระซึ่งท่านนั่งพักอยู่ที่โคนไม้โน่น ถ้าท่านขาย ท่านก็จะมีส่วนแห่งบุญในภัตตาหารนั้นด้วย” คนตัดฟืนจึงยอมขายอาหารให้

ชายเข็ญใจดีใจหนักหนา น้อมภัตตาหารไปถวายพระเถระ พระเถระรับเพียงมาครึ่งเดียวเพื่อให้เขาได้รับประทานอาหารด้วย แต่ชายเข็ญใจกล่าวว่า “นิมนต์เถิดพระคุณเจ้าอาหารนี้เหมาะสำหรับบุคคลเดียวถึงจะอิ่ม อย่าได้ห่วง กล้ากระผมเลย”

พระเถระจึงยอมรับอาหารทั้งหมดมาฉัน พระเถระแปลกใจในป่าเช่นนี้เขานำอาหารมาจากไหน ชายเข็ญใจจึงเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง และกำลังจะไปไถ่ตัวลูกสาว

พระเถระฟังแล้วรู้สึกสลดใจ ชายเข็ญใจผู้นี้กระทำสิ่งที่ยาก เราไม่ใช่ญาติ ไม่ใช่พ่อ แม่ หรือพี่น้อง ทำไมเขาถึงกล้าทำขนาดนี้ เพราะเขาต้องการบุญจากเรา แต่เรายังไม่คุณธรรมอันใดเลย ท่านคิดดังนั้นก็ไม่อาจกลั้นน้ำตาไว้ได้ ท่านจึงตัดสินใจ “เราจะทำทานนี้ให้เป็นอรหันตทาน” (ทานที่ถวายก่อนบรรลุพระอรหันต์ ทานนั้นจะมีผลมาก) ต่อไปนี้เราจักไม่ฉันอาหารจากใคร และจะไม่รับของใคร

“แม้เนื้อเลือดจะแห้งเหือดหายไป หากไม่บรรลุธรรมก็จะไม่ลุกจากที่เด็ดขาด”

ล่วงไปวันที่สองและวันที่สามก็ยังไม่สามารถยังคุณธรรมให้สำเร็จได้ จนกระทั่งลุถึงวันที่เจ็ด พระมหาเถระก็ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์ พร้อมจตุปฏิสัมภิทาญาณ เมื่อบรรลุธรรมแล้ว จึงพิจารณาอายุสังขาร รู้ว่าจะไม่สามารถดำรงธาตุขันธ์อยู่ได้

จึงเดินออกมาเคาะระฆัง “ผู้ใดสงสัยในธรรมข้อใดจงถามเถิด สังขารนี้จะดับวันนี้แล้ว”

เจ้าอาวาสท่านก็เป็นพระอรหันต์เช่นกันถามว่า “อาวุโสเหตุใดท่านถึงทำความเพียรอุกฤษฏ์เช่นนี้”

ท่านจึงได้เล่าเหตุการณ์ให้พระภิกษุสงฆ์และบรรดาบริษัทที่นั่งฟังและที่เพิ่งจะมาถึงใหม่ เมื่อได้ฟังความเป็นมาแล้ว

ก็มิอาจกลั้นน้ำตาได้ ต่างคนต่างก็ร้องไห้สงสารพระผู้เป็นเจ้า ที่สู้อุตสาหะกระทำความเพียรโดยมิได้หลับได้นอน ทั้งอดอาหารมาตลอด ๗ วัน จนอายุสังขารจะขาดสิ้นเข้านิพพานในวันนี้ ก็เพราะเหตุที่มีกตัญญูรู้คุณค่าแห่งอาหาร ประสงค์จะให้บิณฑบาตของเขาเป็น อรหันตทาน จนได้สำเร็จสมความปรารถนาพระมหาเถระเล่าจบ ท่านก็อธิษฐาน

" แม้ใครๆในโลก ทั้งเทวโลก อย่าได้ยกศพข้าพเจ้าขึ้นเลย ยกเว้นอุบาสกเข็ญใจผู้นั้นมาถึงแล้ว ขอให้ศพนี้จงลอยขึ้น พร้อมด้วยไฟเถิด.." อธิษฐานเสร็จ ท่านก็ดับขันธ์เข้าสู่นิพพาน

ข่าวนี้ลือสะพัดออกไปมีคนมาร่วมงานศพของท่านจำนวนมากพร้อมพระราชา แต่ไม่มีใครสามารถคลื่อนศพของท่านได้ พระราชาจึงให้ทหารตีฆ้องร้องป่าวประกาศว่า ใครสามารถเคลื่อนศพได้ เราจักให้เงิน ๑๐๐,๐๐๐ กหาปาณะ อุบาสกเข็ญใจได้ฟังข่าว ก็อยากไปกราบพระมหาเถระ พอไปเห็นศพพระมหาเถระ อุบาสกเข็ญใจก็ร้องให้โฮพร้อมเข้าไปกอดศพ

"ข้าแต่พระคุณเจ้า เหตุใดท่านจึงจากข้าพเจ้าไปเร็วนัก ข้าพเจ้าพึ่งเห็นท่านไม่นานนัก "

กล่าวจบศพของพระมหาเถระก็ลอยขึ้นกลางอากาศ พร้อมไฟก็เผาท่านกลางอากาศนั้น

ผู้คนต่างรู้สึกต่างอัศจรรย์ ไม่เคยมีไม่เคยเห็นในกาลก่อน พระราชาจึงเข้าไปถาม อุบาสกเข็ญใจจึงเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง พระราชารู้สึกเลื่อมใสศรัทธาในคุณธรรม ที่ทำได้โดยยาก จึงตั้งให้เขาเป็นมหาเศรษฐีประจำเมือง

118 เข้าชม

ค้นหา